วันจันทร์ที่ 17 กันยายน พ.ศ. 2555

5 วิธีที่นิยมใช้ป้องกันตัวเอง จากฟิชชิ่ง

อินเตอร์เน็ต

5 วิธีที่นิยมใช้ป้องกันตัวเอง จากฟิชชิ่ง และข้อความอี-เมลหลอกลวง

          ไมโครซอฟท์ (ประเทศไทย) ประกาศแจ้งเตือนอี-เมลหลอกลวงให้หลงเชื่อว่าไมโครซอฟท์จะมอบเงินแก่ผู้ที่ ส่งอี-เมลจากไมโครซอฟท์ต่อให้เพื่อน เนื้อหาว่า
"บริษัท ไมโครซอฟท์ ทำการสำรวจการตลาดผู้ที่ใช้ข้อมูลทางอินเตอร์เน็ตของไมโครซอฟท์ โดยแจกเงินให้กับผู้ส่งอี-เมลต่อไปให้เพื่อน" อย่างแพร่หลายต่อๆ กันไป

          ซึ่งอาจสร้างความเข้าใจผิดแก่ผู้ได้รับ อี-เมล ซึ่งไมโครซอฟต์ไม่มีนโยบายในการสำรวจข้อมูลหรือมอบเงินในลักษณะดังกล่าว แก่ผู้ใช้งานซอฟต์แวร์โซลูชั่นหรือโปรแกรมใดๆ หากผู้ใดได้รับอี-เมลนี้อย่าหลงเชื่อ หรือส่งต่อให้เพื่อนโดยเด็ดขาด เพื่อป้องกันการถูกหลอกลวงหรือเสี่ยงต่อระบบรักษาความปลอดภัยคอมพิวเตอร์ คำเตือนในการระมัดระวังฟิชชิ่ง และข้อความอี-เมลหลอกลวงพึงปฏิบัติเบื้องต้น

          ควรระมัดระวังอี-เมลที่ถามข้อมูลส่วนบุคคลของเรา ที่ถามชื่อ วันเกิด หมายเลขประกันสังคม ชื่อผู้ใช้-รหัสผ่านอี-เมล หรือข้อมูลส่วนบุคคลประเภทอื่นใดๆ ให้ถือเป็นการหลอกลวงเกือบทั้งสิ้น ไม่ว่าอี-เมลนั้นจะส่งมาจากผู้ใดก็ตาม

          หากมีเหตุผลใดๆ ที่เชื่อได้ว่าอี-เมลดังกล่าวอาจถูกต้องตามกฎหมาย โปรดอย่าตอบกลับอี-เมลนั้น หรือคลิกไฮเปอร์ลิงค์ใดๆ แต่ให้ใช้การคัดลอกและวาง URL ของเว็บหรือเข้าไปที่เว็บไซต์ของบริษัทเพื่อสอบถามข้อมูลแทน โดยเราควรติดต่อผ่านช่องทางการสนับสนุนของบริษัทเพื่อยืนยันความถูกต้องตามกฎหมาย

          ควรอ่านอี-เมลที่น่าสงสัยอย่างละเอียด อี-เมลที่ใช้คำไม่ถูกต้อง มีการพิมพ์ผิด หรือมีประโยค เช่น "นี่ไม่ใช่เรื่องตลก" หรือ "โปรดส่งต่อข้อความนี้ไปให้เพื่อนของคุณ" โดยทั่วไปจะถือว่าเป็นอี-เมลหลอกลวง บางครั้งชื่อบริษัทหรือแบรนด์อาจสะกดผิดหรือไม่ถูกต้อง เช่น ใช้คำว่า Windows Hotmail (แทนการใช้ Windows Live Hotmail)

          ควรเก็บรักษารหัสอี-เมลให้ดี กำหนดรหัสผ่านที่ไม่สามารถเดาได้ ใช้อักขระมากกว่า 7 ตัว และมีการใช้อักขระตัวพิมพ์ใหญ่และตัวพิมพ์เล็ก ตัวเลข และอักขระพิเศษ เช่น สัญลักษณ์ @ หรือ # ผสมกัน และควรเปลี่ยนรหัสผ่านเป็นประจำ

          หากได้รับการแจ้งเตือนจากฝ่ายบริการลูกค้า Microsoft ซึ่งขอยืนยันคำขอของคุณในการเปลี่ยนรหัสผ่าน ดังที่ได้ดำเนินการไปแล้ว และคุณยังไม่ได้เปลี่ยนรหัสผ่านของคุณ แสดงว่ามีผู้กำลังพยายามเข้าใช้บัญชี Hotmail ควรเปลี่ยนรหัสผ่านทันที โดยเข้าไปที่ http://account.live.com หรือใน Hotmail คลิกตัวเลือก และคลิกดูและแก้ไข ข้อมูลส่วนบุคคลของคุณ คุณจะได้รับพร้อมท์ให้ลงชื่อเข้าสู่ระบบอีกครั้ง เมื่อคุณดำเนินการ ให้มองหา "ข้อมูลการตั้งค่ารหัสผ่านใหม่" ใต้ชื่อของคุณที่ด้านบน เปลี่ยนทั้งรหัสผ่านและคำถามเฉพาะ/คำตอบเฉพาะของคุณ เนื่องจากข้อมูลทั้งสองอาจถูกเปิดเผย

          การดำเนินการหากคิดว่ามีผู้เข้าอี-เมล และลงชื่อ ID ดูไม่น่าไว้ใจ หรือได้รับอี-เมลน่าสงสัยซึ่งพยายามจะขอยืนยันการเปลี่ยนรหัสผ่านที่คุณไม่ได้อนุญาต ให้เปลี่ยนรหัสผ่านตัวเองทันที

          อีกทั้งให้ความร่วมมือในการแจ้งการหลอกลวงใหม่ หากใช้ Hotmail ก็สามารถเลือกรายการแบบหล่นลงที่อยู่ข้างๆ "อีเมลขยะ" แล้วเลือก "รายงานการหลอกลวงฟิชชิ่ง" อย่างไรก็ตาม ที่สำคัญโปรดอย่าตอบกลับผู้ส่ง


     จรรยามารยาทบนอินเทอร์เน็ต (Netiquette) ทุกวันนี้อินเทอร์เน็ตได้เข้ามามีบทบาทและส่งผลกระทบต่อชีวิตความเป็นอยู่ของมนุษย์ในแทบทุกด้าน รวมทั้งได้ก่อให้เกิดประเด็นปัญหาขึ้นในสังคม ไม่ว่าในเรื่อง ความเป็นส่วนตัว ความปลอดภัย เสรีภาพของการพูดอ่านเขียน ความซื่อสัตย์ รวมถึงความตระหนักในเรื่องพฤติกรรมที่เราปฏิบัติต่อกันและกันในสังคมอินเทอร์เน็ต ในบทความนี้ผู้เขียนขอทบทวนเรื่อง จรรยามารยาทบนอินเทอร์เน็ตหรือที่เรียกกันในกลุ่มผู้ใช้อินเทอร์เน็ตว่า “Netiquette” เพื่อให้เป็นของฝากสำหรับสมาชิกใหม่ที่เรียกกันว่า “Net Newbies” และให้เป็นของแถมเพื่อการทบทวนสำหรับนักท่องเน็ตที่เป็น “ขาประจำ”


Netiquette คืออะไร

     Netiquette เป็นคำที่มาจาก “network etiquette” หมายถึง จรรยามารยาทของการอยู่ร่วมกันในสังคมอินเทอร์เน็ต หรือ cyberspace ซึ่งเป็นพื้นที่ที่เปิดโอกาสให้ผู้คนเข้ามาแลกเปลี่ยน สื่อสาร และทำกิจกรรมรวมกัน ชุมชนใหญ่บ้างเล็กบ้างบนอินเทอร์เน็ตนั้น ก็ไม่ต่างจากสังคมบนโลกแห่งความเป็นจริง ที่จำเป็นต้องมีกฎกติกา (codes of conduct) เพื่อใช้เป็นกลไกสำหรับการกำกับดูแลพฤติกรรมและการปฏิสัมพันธ์ของสมาชิก
บัญญัติ 10 ประการสำหรับผู้เริ่มต้น
     ถ้าศึกษาค้นคว้าในเรื่อง Netiquette บนเว็บ จะพบการอ้างอิงและกล่าวถึง The Core Rules of Netiquette จากหนังสือเรื่อง “Netiquette” เขียนโดย Virginia Shea ซึ่งเธอได้บัญญัติกฎกติกาที่ผู้ใช้อินเทอร์เน็ตพึงตระหนักและยึดเป็นแนวปฏิบัติ 10 ข้อ ดังนี้
• Remember the Human
     กฏข้อที่ 1 เป็นข้อเตือนใจสำหรับผู้ใช้อินเทอร์เน็ต ในขณะที่เรานั่งพิมพ์ข้อความเพื่อติดต่อสื่อสารผ่านจอคอมพิวเตอร์นั้น ต้องไม่ลืมว่าปลายทางอีกด้านหนึ่งของการสื่อสารนั้นที่จริงแล้วก็คือ “มนุษย์”
• Adhere to the same standards of behavior online that you follow in real life
     กฎข้อที่ 2 เป็นหลักคิดง่าย ๆ ที่อาจจะยึดเป็นแนวปฏิบัติ หากไม่รู้ว่าควรจะทำตัวอย่างไร ก็ให้ยึดกติกามารยาทที่เราถือปฏิบัติในสังคมมาเป็นบรรทัดฐานของการอยู่ร่วมกันแบบออนไลน์
• Know where you are in cyberspace
     กฎข้อที่ 3 เป็นข้อแนะนำให้เราใช้งานอย่างมีสติ รู้ตัวว่าเรากำลังอยู่ ณ ที่ใด เมื่อเข้าในพื้นที่ใหม่ ควรศึกษาและทำความรู้จักกับชุมชนนั้น ก่อนที่จะเข้าร่วมสนทนาหรือทำกิจกรรมใด ๆ
• Respect other people's time and bandwidth
     กฎข้อที่ 4 ให้รู้จักเคารพผู้อื่นด้วยการตระหนักในเรื่องเวลา ซึ่งจะสัมพันธ์กับขนาดช่องสัญญาณของการเข้าถึงเครือข่าย นั่นคือ ให้คำนึงถึงสาระเนื้อหาที่จะส่งออกไป ไม่ว่าจะเป็นในกลุ่มสนทนาหรือการส่งอีเมล เราควรจะ “คิดสักนิดก่อน submit” ใช้เวลาตรึกตรองสักหน่อยว่า ข้อความเหล่านั้นเหมาะสมหรือมีสาระประโยชน์กับใครมากน้อยเพียงใด
• Make yourself look good online
     กฎข้อที่ 5 เป็นข้อแนะนำผู้ใช้อินเทอร์เน็ตเกี่ยวกับการเขียนและการใช้ภาษา เนื่องจากปัจจุบันวิธีการสื่อสารบนเน็ตใช้การเขียนและข้อความเป็นหลัก การตัดสินว่าคนที่เราติดต่อสื่อสารด้วยเป็นคนแบบใด จะอาศัยสาระเนื้อหารวมทั้งคำที่ใช้ ดังนั้น ถ้าจะให้ “ดูดี” ก็ควรใช้ถ้อยคำที่เหมาะสมและตรวจสอบคำสะกดให้ถูกต้อง
• Share expert knowledge
     กฎข้อที่ 6 เป็นข้อแนะนำให้เรารู้จักใช้จุดแข็งหรือข้อได้เปรียบของอินเทอร์เน็ต นั่นคือ การใช้เครือข่ายเพื่อเปิดโอกาสในการแลกเปลี่ยน ”ความรู้” รวมทั้งประสบการณ์กับผู้คนจำนวนมาก ๆ ซึ่งเป็นแนวคิดที่ถือว่าเป็นจุดกำเนิดของอินเทอร์เน็ตนั่นเอง
• Help keep flame wars under control
     กฎข้อที่ 7 เป็นข้อคิดที่ต้องการให้ผู้ใช้อินเทอร์เน็ตได้ร่วมมือกันเพื่อช่วยควบคุมและลดปัญหาที่อาจเกิดขึ้นจากการส่งความคิดเห็นด้วยการใช้คำที่หยาบคาย เติมอารมณ์ความรู้สึกอย่างรุนแรงจนเป็นชนวนให้เกิดกรณีทะเลาะวิวาทกันในกลุ่มสมาชิก ซึ่งรู้จักกันในกลุ่มผู้ใช้อินเทอร์เน็ตว่า “flame”
• Respect other people's privacy
     กฎข้อที่ 8 เป็นคำเตือนให้เรารู้จักเคารพในความเป็นส่วนตัวของผู้อื่น เช่นไม่อ่านอีเมลของผู้อื่น เป็นต้น
• Don't abuse your power
     กฎข้อที่ 9 เป็นคำเตือนสำหรับผู้ที่ได้รับสิทธิพิเศษ เช่น ผู้ดูแลระบบบนอินเทอร์เน็ต ซึ่งมักจะได้รับสิทธิในการเข้าถึงข้อมูลของผู้อื่น บุคคลเหล่านี้ก็ไม่ควรใช้อำนาจหรือสิทธิ์ที่ได้รับไปในทางที่ไม่ถูกต้องและเป็นการเอาเปรียบผู้อื่น
• Be forgiving of other people's mistakes
     กฎข้อที่ 10 เป็นคำแนะนำให้เรารู้จักให้อภัยผู้อื่น โดยเฉพาะพวก newbies ในกรณีที่พบว่าเขาทำผิดพลาดหรือไม่เหมาะสม และหากมีโอกาสแนะนำคนเหล่านั้น ก็ควรจะชี้ข้อผิดพลาดและให้คำแนะนำอย่างสุภาพ โดยอาจส่งข้อความแจ้งถึงผู้นั้นโดยตรงผ่านทางอีเมล


ขอบคุณบทความและภาพจาก :
วิกิพีเดีย สารานุกรมเสรีhttp://www.konmun.com
 
วันที่ขึ้นเนื้อหา: 23 มีนาคม 2553 07:00
วันที่ปรับเปลี่ยนเนื้อหา:27 มีนาคม 2553
จำนวนครั้งที่เปิดอ่าน:123606



ประโยชน์ของอินเทอร์เน็ต
ประโยชน์ของอินเทอร์เน็ต  ประโยชน์จากการใช้อินเตอร์เน็ตมีอะไรบ้าง

           ปัจจุบันอินเทอร์เน็ต มีความสำคัญต่อชีวิตประจำวันของคนเรา หลายๆ ด้าน ทั้งการศึกษา พาณิชย์ ธุรกรรม วรรณกรรม และอื่นๆ ดังนี้
ด้านการศึกษา
          - สามารถใช้เป็นแหล่งค้นคว้าหาข้อมูล ไม่ว่าจะเป็นข้อมูลทางวิชาการ ข้อมูลด้านการบันเทิง ด้านการแพทย์ และอื่นๆ ที่น่าสนใจ
          - ระบบเครือข่ายอินเทอร์เน็ต จะทำหน้าที่เสมือนเป็นห้องสมุดขนาดใหญ่
          - นักศึกษาในมหาวิทยาลัย สามารถใช้อินเทอร์เน็ต ติดต่อกับมหาวิทยาลัยอื่น ๆ เพื่อค้นหาข้อมูลที่กำลังศึกษาอยู่ได้ ทั้งที่ข้อมูลที่เป็น ข้อความ เสียง ภาพเคลื่อนไหวต่างๆ เป็นต้น

ด้านธุรกิจและการพาณิชย์
          - ค้นหาข้อมูลต่าง ๆ เพื่อช่วยในการตัดสินใจทางธุรกิจ
          - สามารถซื้อขายสินค้า ผ่านระบบเครือข่ายอินเทอร์เน็ต
          - ผู้ใช้ที่เป็นบริษัท หรือองค์กรต่าง ๆ ก็สามารถเปิดให้บริการ และสนับสนุนลูกค้าของตน ผ่านระบบเครือข่ายอินเทอร์เน็ตได้ เช่น การให้คำแนะนำ สอบถามปัญหาต่าง ๆ ให้แก่ลูกค้า แจกจ่ายตัวโปรแกรมทดลองใช้ (Shareware) หรือโปรแกรมแจกฟรี (Freeware) เป็นต้น

ด้านการบันเทิง
          - การพักผ่อนหย่อนใจ สันทนาการ เช่น การค้นหาวารสารต่าง ๆ ผ่านระบบเครือข่ายอินเทอร์เน็ต ที่เรียกว่า Magazine o­nline รวมทั้งหนังสือพิมพ์และข่าวสารอื่นๆ โดยมีภาพประกอบ ที่จอคอมพิวเตอร์เหมือนกับวารสาร ตามร้านหนังสือทั่วๆ ไป
          - สามารถฟังวิทยุผ่านระบบเครือข่ายอินเทอร์เน็ตได้
          - สามารถดึงข้อมูล (Download) ภาพยนตร์ตัวอย่างทั้งภาพยนตร์ใหม่ และเก่า มาดูได้
          จากเหตุผลดังกล่าว พอจะสรุปได้ว่า อินเทอร์เน็ต มีความสำคัญ ในรูปแบบ ดังนี้
      
          1. ไปรษณีย์อิเล็กทรอนิกส์ (Electronic mail=E-mail) เป็นการส่งจดหมายอิเล็กทรอนิกส์ผ่านเครือข่ายอินเทอร์เน็ตโดยผู้ส่งจะต้อง ส่งข้อความไปยังที่อยู่ของผู้รับ และแนบไฟล์ไปได้
          2. เทลเน็ต (Telnet) การใช้งานคอมพิวเตอร์อีกเครื่องหนึ่งที่อยู่ไกล ๆ ได้ด้วยตนเอง เช่น สามารถเรียกข้อมูลจากโรงเรียนมาทำที่บ้านได้
          3. การโอนถ่ายข้อมูล (File Transfer Protocol ) ค้นหาและเรียกข้อมูลจากแหล่งต่างๆมาเก็บไว้ในเครื่องของเราได้ ทั้งข้อมูลประเภทตัวหนังสือ รูปภาพและเสียง
          4. การสืบค้นข้อมูล (Gopher,Archie,World wide Web) การใช้เครือข่ายอินเทอร์เน็ตในการค้นหาข่าวสารที่มีอยู่มากมาย ใช้สืบค้นข้อมูลจากแหล่งข้อมูลต่างๆ ทั่วโลกได้
          5. การแลกเปลี่ยนข่าวสารและความคิดเห็น (Usenet) เป็นการบริการแลกเปลี่ยนข่าวสารและแสดงความคิดเห็นที่ผู้ใช้บริการอินเทอร์ เน็ตทั่วโลก แสดงความคิดเห็นของตน โดยกลุ่มข่าวหรือนิวกรุ๊ป(Newgroup)แลกเปลี่ยนความคิดเห็นกัน
          6. การสื่อสารด้วยข้อความ (Chat,IRC-Internet Relay chat) เป็นการพูดคุย โดยพิมพ์ข้อความตอบกัน ซึ่งเป็นวิธีการสื่อสารที่ได้รับความนิยมมากอีกวิธีหนึ่ง การสนทนากันผ่านอินเทอร์เน็ตเปรียบเสมือนเรานั่งอยู่ในห้องสนทนาเดียวกัน แม้จะอยู่คนละประเทศหรือคนละซีกโลกก็ตาม
          7. การซื้อขายสินค้าและบริการ (E-Commerce = Electronic Commerce) เป็นการซื้อ - สินค้าและบริการ ผ่านอินเทอร์เน็ต
          8. การให้ความบันเทิง (Entertain) บนอินเทอร์เน็ตมีบริการด้านความบันเทิงหลายรูปแบบต่างๆ เช่น รายการโทรทัศน์ เกม เพลง รายการวิทยุ เป็นต้น เราสามารถเลือกใช้บริการเพื่อความบันเทิงได้ตลอด 24 ชั่วโมง
          โดยสรุปอินเทอร์เน็ต ได้นำมาใช้เป็นเครื่องมือที่จำเป็นสำหรับงานไอที ทำให้เกิดช่องทางในการเข้าถึงข้อมูลที่รวดเร็ว ช่วยในการตัดสินใจ และบริหารงานทั้งระดับบุคคลและองค์กร

ประโยชน์ของอินเตอร์เน็ต , ประโยชน์ของอินเตอร์เน็ตมีอะไรบ้าง , ประโยชน์ของอินเตอร์เน็ตต่อตัวเรา , ประโยชน์ของอินเตอร์เน็ตด้านต่างๆ , ประโยชน์จากการใช้อินเตอร์เน็ต
ที่มา eduzones.com

อันตรายจากอินเตอร์เน็ต
ประเทศไทยมีการนำระบบอินเตอร์มาใช้หลายปี ส่วนใหญ่เป็นการใช้งานภายในหน่วยงานราชการ สถาบันการศึกษา ต่อมามีการนำเอามาใช้ในเชิงธุรกิจสำหรับบุคคลทั่วไป ในปี พ.ศ. 2537 แต่ไม่ได้รับความนิยม สำหรับปี พ.ศ. 2539 แตกต่างกันออกไป ผลจากการที่มีข่าวปรากฏบนหน้าหนังสือพิมพ์ว่ามีการนำภาพดารามาตกแต่งเป็นภาพโป๊เปลือย แล้วนำไปแจกจ่ายบนอินเตอร์เน็ต กระแสความสนใจเกิดขึ้น ผู้คนทั่วไปเริ่มหันมาสนใจกับอินเตอร์มากขึ้นทุกที
อันตรายของอินเตอร์เน็ตที่พบเห็นได้เด่นชัดที่สุดน่าจะเป็นการใช้อินเตอร์เน็ต ผิดประเภทผิดวัตถุประสงค์ และใช้สื่อทางอินเตอร์เน็ตเพื่อกล่าวหาและโจมตีคู่แข่ง เพราะอินเตอร์เน็ตเป็นสื่อที่สามารถกระจายไปทั่วโลกได้อย่างรวดเร็ว
แต่อย่างไรอันตรายที่เกิดจากอินเตอร์เน็ตก็นับว่าน้อยมากเมื่อเทียบกับประโยชน์ที่เราจะได้รับ
World Wide Web, Web Pages, Web Site และ HTML
ในการบริการอินเตอร์เน็ต ไม่ว่าจะเป็น E – mail, FTP เป็นบริการที่ได้กว้างขวางและเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ บริการ www จะช่วยให้ผู้ที่ต้องการศึกษาหาความรู้จากแหล่งต่างๆ เข้าไปดูเอกสารซึ่งจะมีทั้งมีทั้งภาพและเสียง หรือภาพยนตร์ประกอบด้วยได้
เอกสารที่เราเปิดดูใน World Wide Web เรียกว่า เว็บเพจ (Web Pages) เรียกสั้นๆว่า เว็บ (Web) สร้างขึ้นจากภาษาคอมพิวเตอร์ที่เรียกชื่อว่า HTML (HyperText markup Language) ภาษา HTML จะกำหนดรูปแบบหน้าตาของเอกสารเว็บที่ปรากฏบนหน้าจอ และเชื่อมต่อกับเว็บเพจกับข้อมูลอื่นๆ
เอกสารแต่ละหน้ามีการเชื่อมต่อถึงกันในลักษณะที่เราสามารถเรียกดูเอกสารหนึ่งจากเอกสารฉบับอื่นได้ โดยในเว็บเพจจะมี Link เป็นคุณสมบัติที่ทำให้เว็บเพจแตกต่างจากเอกสารทั่วไป เพราะผู้อ่านสามารถโต้ตอบกับข้อมูลได้ โดยการคลิกเมาส์ เพื่อเปิดดูข้อมูลในส่วนที่ต้องการ บางคนอาจคิดว่าเว็บเพจมีส่วนคล้ายหน้าหนังสือ แต่ที่จริงแล้วเว็บเพจมีความแตกต่างจากหนังสือโดยทั่วไป เพราะเว็บเพจเป็นสื่อที่สามารถโต้ตอบได้การใช้ Link ทำให้เว็บเพจ แตกต่างจากสิ่งพิมพ์อื่นๆ เพราะผู้ใช้สามารถเลือกดูเฉพาะข้อมูลที่ต้องการ โดยไม่ต้องสนใจข้อมูลมหาศาลในอินเตอร์เน็ต ข้อมูลในเว็บมีการเปลี่ยนแปลงอย่างสม่ำเสมอ เช่น เว็บตลาดหุ้นจะเปลี่ยนแปลงตลอดเวลา นอกจากนั้นเว็บยังสามารถแสดงข้อมูลได้มากกว่าตัวอักษรหรือภาพเว็บเพจสามารถแสดงเสียง ภาพเคลื่อนไหว หรือภาพยนตร์ได้ แต่ละเว็บไซต์เมื่อพิจารณาดูก็คล้ายๆ หนังสือหนึ่งเล่มซึ่งประกอบด้วยหน้าหนังสือจำนวนมาก หน้าปกหนังสือมีความสำคัญมาก เพราะจะต้องสื่อเนื้อหาหลักของหนังสือในรูปแบบที่สะดุดตา และจูงใจให้คนเปิดอ่านถ้าเปรียบเว็บไซต์เหมือนหนังสือที่ประกอบด้วยเว็บเพจ จำนวนมากโฮมเพจ คือ เว็บเพจหน้าแรกที่มีหน้าที่คล้ายปกหนังสือ
เมื่อเปิดดูโฮมเพจจะพบคำแนะนำการใช้งาน สรุปสิ่งที่น่าสนใจในเว็บไซต์ไปจนถึงหัวข้อที่เชื่อมต่อไปยังเว็บเพจอื่นๆ


URL, Web Broser
การเปิดดูเว็บเพจ จะต้องมีการระบุตำแหน่งที่เก็บเว็บเพจนั้นในอินเตอร์เน็ต เรียกว่า URL หรือ Uniform Resource Locatution ส่วนสำคัญของ URL มีดังนี้
โปรโตคอล จะแจ้งให้บราวเซอร์ทราบว่าต้องจัดการกับข้อมูลที่พบอย่างไร
สำหรับเว็บเพจโปรโตคอลมาตรฐานที่ใช้มีชื่อเรียกว่า HTTP (HyperText Transfer Protocol)
ชื่อเซิฟเวอร์ จะระบุชื่อของเครื่องคอมพิวเตอร์ที่ทำหน้าที่เผยแพร่เว็บเพจ
บางครั้งส่วนนี้จะถูกเรียกว่า โดเมนเนม (Domain Name)
เซิฟเวอร์ทุกเครื่องจะมีโดเมนเนมเฉพาะที่ไม่เหมือนใคร
ชื่อเซิฟเวอร์อาจระบุแทนด้วยตัวเลขเฉพาะของมัน เช่น
195.121.237.1 เป็นต้น
การทำงานของเครื่องคอมพิวเตอร์ที่เชื่อมเป็นเครือข่ายในระบบอินเตอร์เน็ต มีคอมพิวเตอร์ทั้งหมด 2 ประเภท ได้แก่ เครื่องดูแลเครือข่าย (Server) และเครื่องลูกข่าย (Client)
จึงเรียกเครือข่ายคอมพิวเตอร์ที่เชื่อมกับอินเตอร์เน็ตนี้ว่า Client Server Network
โปรแกรมสำหรับเข้า www เรียกว่า บราวเซอร์ (Web Broser) ปัจจุบันมีบราวเซอร์หลายรายที่ใช้สำหรับเปิดดูเว็บเพจถึงแม้แต่ละตัวมีคุณสมบัติคล้ายกัน แต่ส่วนรายละเอียดปลีกย่อยแตกต่างกัน เมื่อเปิดบราวเวอร์เพื่อดูเว็บเพจเครื่องคอมพิวเตอร์ที่เราใช้จะทำหน้าที่เป็นลูกข่าย (Clint) ติดต่อกับเครื่องที่เก็บข้อมูลเว็บเพจที่ทำหน้าที่เป็นเครื่องดูแลเครือข่าย (Server)
โปรแกรมบราวเซอร์ที่นิยมใช้ในปัจจุบันมี 2 กลุ่ม ได้แก่
- Internet Explorer ของบริษัทไมโครซอฟท์ ซึ่งสามารถทำงานร่วมกับโปรแกรมอื่นๆ ของตระกูลไมโครซอฟท์ เช่น Office 97 ได้อีกด้วย
- Netscape Navigator เป็นบราวเซอร์อีกตัวหนึ่งที่มีผู้ใช้จำนวนมาก เป็นของบริษัท Netscape Communication ซึ่งบราวเซอร์ทั้ง 2 ตัวนี้มีคุณสมบัติคล้ายกัน เราสามารถ download โปรแกรมทั้งสอง (รุ่นทดลองใช้) ได้จากเว็บไซต์ของบริษัททั้งสองเว็บไซต์ (Website) เป็นแหล่งที่รวมของเว็บเพจทั้งหมดที่จัดอยู่ในกลุ่มเดียวกันของหน่วยงาน หรือองค์กรหนึ่งๆ เมื่อใดที่ใช้โปรแกรมเปิดดูเว็บ (Web Browser Program) บราวเซอร์จะทำการติดต่อกับเว็บไซต์ที่เก็บเว็บเพจนั้น เพื่อทำการโอนย้ายเว็บที่ต้องการมายังเครื่องของผู้ใช้
Web Server คือ เครื่องคอมพิวเตอร์ที่ทำหน้าที่เป็นแหล่งเก็บเว็บไซต์ที่ทุกคนสามารถใช้บราวเซอร์ติดต่อเพื่อขอดูเว็บเพจได้ เว็บเซิฟเวอร์ส่วนใหญ่จะติดต่อกับอินเตอร์เน็ตตลอดเวลาโดยใช้สายส่งความเร็วสูง เพื่อบริการผู้ที่เชื่อมต่อเข้าเยี่ยมชมเว็บไซต์

ประโยชน์ของเว็บเพจ
เว็บเพจเป็นการรวบรวมข้อมูล รูปภาพ และเนื้อหาด้านมัลติมีเดียโดยส่วนใหญ่จะสร้างจากภาษา HTML เมื่อเว็บบราวเซอร์เปิดดูเว็บเพจ มันจะทำการโหลดข้อมูลของเว็บเพจที่เขียนด้วยภาษา HTML นั้น และแสดงข้อมูลตามที่กำหนด การสร้างเว็บเพจเพื่อเผยแพร่ข้อมูลบนอินเตอร์เน็ตมีประโยชน์ดังนี้
1. สร้างโฮมเพจที่มีข้อมูลส่วนตัวเพื่อให้คนทั้งโลกรู้จัก
2. สร้างเว็บเพจขององค์กรเพื่อประชาสัมพันธ์ขายสินค้าและบริการ
3. สร้างเว็บเพจเพื่อให้ความรู้แก่คนทั่วไป
4. สร้างเว็บเพจเพื่อกระจายข่าวสารขององค์กร ที่เปิดดูได้ทุกเวลา
5. สร้างฐานข้อมูลที่เป็นเหมือนห้องสมุดที่สามารถค้นคว้าข้อมูลที่ต้องการได้
ข้อคิดก่อนการว่างแผนการสร้างเว็บเพจ
การสร้างเว็บเพจหรือเว็บไซต์ไม่ต่างจากการออกแบบสื่ออื่นๆ จะแตกต่างกันตรงที่ เว็บเพจสามารถทำงานลักษณะของการปฏิสัมพันธ์เท่านั้นแนวทางที่จะช่วยให้การมีเว็บที่สร้างขึ้นมีประโยชน์ และน่าสนใจมากแก่ผู้ที่มาเยี่ยมเยือน มีดังนี้
1. ตั้งจุดประสงค์ โดยถามตนเองก่อนว่าสร้างเว็บเพจเพื่ออะไรเพื่อเป็นการกำหนดขอบเขตที่ชัดเจนของงานที่สร้างขึ้น
2. อย่าใช้เวลาในการออกแบบมากเกินไป การออกแบบเว็บเพจไม่เหมือน การออกแบบสิ่งพิมพ์ชนิดอื่น ผู้สร้างไม่สามารถควบคุมภาพที่ปรากฏออกทางหน้าจอมอร์นิเตอร์ของผู้ชมหรือคาดคะเนสิ่งที่แต่ละคนจะได้พบ เช่น โมเด็มและความเร็วในการเชื่อมโยงเข้ากับเครือข่าย การกำหนดแบบและขนาดตัวอักษรและสภาพแวดล้อมต่างๆ ภายในบราวเซอร์
3. ใส่เนื้อหาที่ดีและน่าสนใจลงในหน้าแรก ทั้งนี้เนื่องจากคนที่แวะเยี่ยมเว็บไซต์ ก็เหมือนเห็นปกหนังสือครั้งแรก ย่อมจะสนใจในสิ่งที่มองเห็นครั้งแรก
4. คำนึงถึงเวลาในการเข้าถึงเว็บไซต์ การเข้าถึงเว็บหรือการดาวน์โหลดข้อมูล ที่ต้องการขึ้นอยู่กับข้อมูลที่บรรจุในเว็บ การใส่กราฟิกลงในเว็บมาเกินไปเป็นการเสียเวลาในการเข้าถึงข้อมูล
5. การรู้จักกลุ่มเป้าหมายหรือกลุ่มประชากร ประชากรส่วนใหญ่ที่ใช้เว็บ ใช้ภาษาอังกฤษเป็นเจ้าของภาษา หรือใช้ภาษาอังกฤษเป็นภาษาที่สอง
6. เลือกใช้ข้อความที่สั้นและกระชับ การบอกเล่าข้อความที่สั้นกระชับถือเป็นศิลปะอย่างหนึ่งช่วยให้เกิดความน่าสนใจชวนอ่าน ง่ายต่อการจดจำ
7. หาสิ่งใหม่ๆ บรรจุลงไปในเว็บไซต์ที่เราชื่นชอบการลองเข้าไปค้นหาและสำรวจดูตามเว็บไซต์ที่เราชื่นชอบ หรือเว็บไซต์ที่มีจุดประสงค์เดียวกับของเรา ดูว่ามีอะไรใหม่ น่าสนใจอะไรบ้างสามารถนำมาประยุกต์ใช้กับเว็บไซต์ของเราได้หรือไม่
8. กำหนดขอบเขตและวิธีการประเมินความสำเร็จไว้ในการสร้างข้อมูลข่าวสารเบื้องต้นชัดเจน ประเภทของผู้อ่าน จำนวนผู้ที่แวะเข้ามาในเว็บไซต์หรืออาจจะดูจำนวนส่ง E-mail หรือการโทรศัพท์เข้ามา

การออกแบบและการสร้างสื่อด้วยเทคโนโลยีสารสนเทศ
การออกแบบและการสร้างสื่อด้วยเทคโนโลยีสารสนเทศเพื่อการเรียนรู้ ถือเป็นหน้าที่สำคัญของทุกๆ คน เพราะต่างต้องเกี่ยวกับกระบวนการสื่อสาร และใช้เป็นประจำวัน ทุกคนต้องสร้างช่องทาง เพื่อที่จะสื่อสารสารสนเทศไปยังกลุ่มเป้าหมายให้เกิดผลที่รวดเร็วตามต้องการ สื่อที่มีประสิทธิภาพและสามารถเข้าถึงผู้ใช้ได้ดีเยี่ยมในยุดนี้ คือคอมพิวเตอร์ซึ่งมีให้เลือกใช้ได้หลายรูปแบบ เช่น การนำเสนอ โปรแกรมนำเสนอด้วยคอมพิวเตอร์ การใช้มัลติมีเดีย ในการนำเสนอเรื่องเนื้อหาที่มีการสัมพันธ์กับผู้ใช้ และการสร้างเว็บไซต์เพื่อเผยแพร่ความรู้ หรือมีจุดประสงค์อื่นสำหรับผู้เข้ามาเยี่ยมชม
การออกแบบเว็บไซต์หนึ่งๆ คล้ายกับการสร้างเอกสารหรือหนังสือหนึ่งเล่ม คือ มีปกหนังสือของเว็บไซต์และมีเนื้อหาของหนังสือแบ่งเป็นหน้าเปรียบได้กับหน้าอื่นๆ ของเว็บไซต์นั่นเอง การสร้างเว็บไซต์ให้น่าสนใจชี้ชวนให้ผู้ที่เข้าไปศึกษาแล้วแวะเวียนมาอีก นอกจากมีเนื้อหาสาระดีแล้วจะต้องออกแบบให้ตรงกันกับความต้องการของผู้ชม เช่น สวยงาม ง่ายต่อการเข้าหาเนื้อหา การสร้างเว็บไซต์และเว็บเพจให้มีประโยชน์และน่าสนใจควรมีขั้นตอนการออกแบบ 4 ขั้นตอน ได้แก่
1. การวิเคราะห์งาน การสร้างเว็บไซต์หนึ่งๆ ผู้สร้างต้องนึกถึงผู้ดูก่อนว่าเป็นกลุ่มใด เนื้อหาสาระอะไร ผู้สร้างจะต้องรู้จักการวิเคราะห์ว่าใครคือผู้ดู เรื่องอะไร ใช้สื่อแบบใด รวมทั้งให้เกิดผลอย่างไร ในขั้นตอนนี้ผู้สร้างจะต้องรู้จักการวิเคราะห์เนื้อหาสาระที่จะนำมาสร้างเว็บไซต์หนึ่งๆ นั้นจะแบ่งเป็นหน่วยย่อยต่างๆ ได้เท่าใด จึงครอบคลุมเนื้อหาตามจุดประสงค์ที่กำหนด
2. การออกแบบ ขั้นตอนการออกแบบจะต้องสามารถแปลมโนทัศน์หลักการในแต่ละเรื่องหรือเนื้อหาย่อยให้เป็นภาพให้ได้ เพราะการรับรู้เรื่องราวต่างๆ ทางสายตานั้นผู้เรียนจะรับรู้ได้มากที่สุด เปรียบเสมือนการสร้างถนนสิบเลนให้ผู้ดูขับรถผ่าน
3. การพัฒนาเว็บไซต์และเว็บเพจ เป็นการดำเนินการสร้างตามแผนที่ได้กำหนดไว้ ในสคริปต์ ถ้าผู้ออกแบบได้ออกแบบเว็บหน้าต่างๆ ไว้ชัดเจนการพัฒนาก็สะดวกและง่าย ซึ่งอาจไม่จำเป็นต้องลงมือผลิตเองต้องมีคำอธิบายต่างๆ มากมาย จึงจะทำให้งานตรงตามเป้าหมายที่ต้องการ การลงมือสร้างเว็บเพจจะต้องอาศัยทักษะด้านการออกแบบ เช่น การสร้างตัวอักษร การเขียนและ การเลือกภาพ
4. การปรับปรุงและแก้ไข เว็บไซต์ที่ได้ออกแบบมาอย่างดีไม่ได้หมายความว่าจะดีดังที่ใจผู้สร้างคิด เพราะผู้ที่สร้างเว็บไซต์นั้นดีหรือไม่ดีนั้นก็คือชมนั้นเอง ดังนั้น เมื่อสร้างเสร็จแล้วต้องนำไปทดลองใช้ และการปรับปรุงแก้ไขให้ทันสมัยและสอดคล้องกับความต้องการของผู้ชมในขั้น การปรับปรุงแก้ไขนี้ ผู้ออกแบบเว็บไซต์หรือเว็บเพจจะสามารถปรับปรุงแก้ไขได้ทุกขั้นตอนที่ผ่านมา ตั้งแต่การวิเคราะห์ การออกแบบและการพัฒนา เพื่อที่จะให้เว็บที่สร้างขึ้นทันสมัยและสอดคล้องกับความต้องการของผู้ชม
ปฏิบัติการสร้างสื่อสารสนเทศสองรูปแบบ
การสร้างสารสนเทศหรือสื่อด้วยเทคโนโลยีสารสนเทศมีลักษณะเป็นการนำเสนอ (Presentation) ซึ่งอาจจะใช้ห้องที่จัดไว้โดยเฉพาะโดยผ่านอุปกรณ์ เช่น เครื่องไมโครคอมพิวเตอร์ เครื่องรับโทรทัศน์ หรือฉายด้วยเครื่องฉาย ส่วนอีกประเภท ได้แก่ การสร้างสารสนเทศและนำไปเสนอผ่านเครือข่ายคอมพิวเตอร์ เช่น อินเตอร์เน็ต หรืออินทราเน็ต สำหรับเทคนิคการสร้างมีความแตกต่างกันเล็กน้อย

วันศุกร์ที่ 14 กันยายน พ.ศ. 2555

10 ลุคสุดสวย แต่งหน้าในสไตล์ เอ็มม่า สโตน


…………..มันช่างเป็นการยากเหลือเกินถ้าให้เลือกว่า เอ็มม่า สโตน ลุคไหนสวยที่สุด เพราะว่าส่วนใหญ่เธอจะมาในลุคที่สวยงดงามเสมอ ไม่เคยทำให้เราผิดหวังจริงๆเลยค่ะ วันนี้ขอแนะนำ 10 ลุคสุดแจ่มของสาวเอ็มม่า สโตน จากงานพรมแดงต่างๆ มาฝากคุณสาวๆ women mthai กัน เธอจะสวย เริ่ด แค่ไหนตามมาดูกันเลยจ้า…

เอ็มม่า สโตน

เอ็มม่า สโตน แต่งหน้าเบาๆสไตล์สาวหวาน

ปัดแก้มโทนสีพีชและทาลิปสติกสีชมพูอ่อน เข้ากับชุดเดรสลูกไม้สีฟ้าของเธอมากๆ
เอ็มม่า สโตน

เอ็มม่า สโตนมัดผมหางม้าลอนสลวย

แต่งหน้าสวยหวานด้วยอายแชโดว์สีบรอนด์ ปัดแก้มและทาลิปสติกสีกุหลาบ
แล้วรวบผมลอนปัดข้างเป็นหางม้าเรียบๆแต่เก๋ดีนะคะ
เอ็มม่า สโตน

เอ็มม่า สโตน แต่งดวงตาได้โฉบเฉี่ยว ดั่งแมวสาวสุดเซี่กซี่

เพียงตวัดหางอายไลเนอร์ขึ้นเล็กน้อย ก็ได้ลุคนางแมวสาวแล้วล่ะค่ะ
เอ็มม่า สโตน

เอ็มม่า สโตน ทรงผมดัดลอนสไตล์สาวย้อนยุค

แต่งตาด้วยสีขาวและสีน้ำตาลเข้ม มีประกายชิมเมอร์สุดแวววาว
ทาปากสีชมพูเข้มเพื่อเพิ่มความโดดเด่นให้กับใบหน้า
เอ็มม่า สโตน

เอ็มม่า สโตน แต่งตาด้วยอายไลเนอร์สีน้ำเงิน

เพื่อเพิ่มความคมเข้มให้ดวงตา และ แมตช์กับสีชุดของเธอนั่นเอง
เทคนิค ลับเฉพาะ มือใหม่ หัด เขียนคิ้ว
เขียนคิ้ว
       คิ้ว เป็นขนแถบเล็กๆที่สร้างความวุ่นวายให้กับหลายๆคนอย่างมาก จะต้องเขียนยังไงนะ ยิ่งกับสาวๆที่เพิ่งหัดแต่งหน้าก็จะมีอาการ เอ๊ะ ต้องเขียนด้วยเหรอ ถ้าเขียนจะเขียนยังไงดี ทำไมต้องเขียนแบบนี้ วุ่นวายล้านแปดมาก งั้นเราจะอธิบายหลักการง่ายๆ เอาแบบพื้นฐาน ให้พอเขียนแล้วเป็นธรรมชาติ ดูมีคิ้ว ก่อนจะไปถึงขั้นคิ้วสามมิติ เจ็ดชั้นใดใดอันดับแรกส่องกระจกเลยจ๊ะ ดูรูปตาของเราก่อนว่า เป็นคนตากลมๆ ตาเม็ดอัลมอนรีๆ หรือตาเล็กหยี๋ๆ เพราะพื้นฐานคือคิ้วกับตาต้องสัมพันธ์กัน ตาลักษณะดังต่อไปนี้
..
ตากลมโต สาวที่มีลักษณะตาแบบนี้ให้กันคิ้วในลักษณะปลายตรงชี้ออก ส่วนหัวตาให้ขนานไปกับดวงตาและชี้ออกไประดับเดียวหับหู หรือคิ้วตรงๆแบบซองเฮเคียว เพราะหากคิ้วโค้งลงตามรูปตา จะยิ่งทำให้ทุกอย่างดูกลมไปหมดนะ
ตารีเม็ดอัลมอน ลักษณะนี้ง่ายมา คือให้คิ้วขนานโค้งแบบเดียวกับรูปตาได้เลย แต่ตอนเขียนคิ้วนั้นอาจจะลากหางคิ้วให้ยาวออกมาอีกเล็กน้อย
ตาเล็กตี๋ ตามประสาสาวหมวยไม่ได้ตั้งใจ ควรกันให้คิ้วมีลักษณะที่ จากหัวคิ้วโค้งขึ้นไปจนถึงตำแหน่งสุดขอบตาดำแล้วหักลงมาให้หางตาทำมุมกับคิ้ว 45 องศา จะช่วยให้ดวงตาโดดเด่นขึ้นได้นะจ๊ะ

Let’s start สำหรับวิธีเขียนของมือใหม่ขอแนะนำเป็นแบบดินสอเพราะจับถนัดมือและควบคุมได้ ง่าย เริ่มจากเลือกสีดินสอที่อ่อนกว่าสีผม 1 ระดับ สีดำเดี๋ยวนี้ก็มีดำหลายระดับ เลือกสีไม่เข้มมากจะปลอดภัยที่สุด สำหรับการเขียนให้เริ่มเขียนจากกึ่งกลางคิ้วก่อน เพราะส่วนที่เข้มที่สุดของคิ้วจะเป็นส่วนหาง ให้สาวๆค่อยระบายตามรูปคิ้วของเราไปเรื่อยๆ ให้หางเรียวแหลมไปเรื่อยๆและวาดออกมาจากหางคิ้วเดิมเล็กน้อย โดยวัดจากให้ดินสอวางไปบนใบหน้าให้มุมปาก – หางตาอยู่ในเส้นเดียวกัน แล้วเราจะได้จุดที่ต้องวาดคิ้วให้ยาวออกมาจนถึงจุดที่อยู่ในแนวเดียวกับมุมปากและหางตา

     ส่วนหัวคิ้วให้วาดอย่างเบามือไปตามรูปคิ้ว โดยควรให้ระยะห่างระหว่างคิ้วซ้ายและขวา พอดีกับสันจมูก ไม่ชิดและไม่ห่างมากกว่าหัวตา และที่สำคัญต้องดูให้คิ้วทั้งสองข้าง มีรูปทรงที่เหมือนกันและอยู่ในระดับเดียวกัน เท่านี้ก่อนสำหรับสาวๆที่เพิ่งหัดเขียนคิ้ว ในโอกาสต่อไปยังมีเทคนิคการเขียนคิ้วที่หลากหลาย น่าสนใจขึ้นไปอีก เพราะคิ้วก็เป็นอีกส่วนสำคัญบนใบหน้า ห้ามละเลยปล่อยคิ้วเป็นชินจังนะคะสาวๆ
เทรนด์แต่งหน้า Spring 2012
 เทรนด์แต่งหน้า Spring 2012
………..Makeup artists กำลังสนุกกับการผสมความเก่าและความใหม่สำหรับฤดูใบไม้ผลิที่กำลังจะมาถึง มีการสร้าง board of inspiration ที่ featured กับสีแดง ที่กระชากเอามาจากก้นบึ้งของลิ้นชักโต๊ะเครื่องแป้ง บวกกับความแวววาวโดดเด่นบนดวงตาที่สื่อไปถึงอนาคตที่ไม่จำกัดเวลา ด้วยสี natural tones, smoky shadows และ ไลน์เนอร์ที่ทำให้ดวงตาสดใสกว่าเดิม ครั้งนี้เป็นการเอาความเป็นวินเทจ และ โมเดิร์นมารวมตัวและสร้าง statement ที่แตกต่างและก็เป็นตัวคุณอย่างชัดเจนในฤดูนี้ เทรนด์ที่ได้ก็มีหลายรูปแบบให้เลือกแต่งแต้ม ไม่ว่าจะเป็น
ลิปสติกแบบ dramatic red สีแดงฉูดฉาด ที่แสดงความเป็น pop art และเป็นสีที่ทาได้ทุกเทศกาลแบบไม่มีขอบเขต
การกรีดขอบตาที่เน้นตรงช่วงหาง ฤดูนี้ไม่ใช่แค่การกรีดตา แต่เพิ่มลูกเล่นด้วยขนตาปลอมที่เน้นช่วงปลายตาซ้ำเข้าไปอีก ให้ได้ลุคแบบ Modern Cat Eyes, แนว Extreme Smoky eyes เพิ่มความเข้มมากขึ้นไปอีก
  แก้มแบบที่ให้ลุคอย่างสาวสุขภาพดี สีชมพูระเรื่อ
White Metallics อายแชโดว์ หรือสีสันสดใส อย่าง เหลืองอ่อน ชมพูอ่อน เขียวอ่อน ส้ม หรือ แดง
  ขนตาแบบ Doll Lashes
  Glittery eyes แต่งตาด้วยกากเพชร
  สีปากชมพูธรรมชาติอย่าง Rosebud lips และ  baby skin ที่ดูเป็นธรรมชาติ ใสๆ และสุขภาพดี
………….ลองเลือกดูว่า อะไรเหมาะกับคุณที่สุด ลองเปลี่ยนลุคตัวเองไปตามเทศกาลหรืองานอีเว้นท์ต่างๆ เพื่อเป็นการปรับลุคของตัวคุณเองให้เข้ากับเทรนด์ที่กำลังอินของฤดู Spring 2012.

แต่งหน้า สวย เซ็กซี่ รับฤดูใบไม้ร่วง 2012


แต่งหน้า

………..งานเปิดตัว เครื่องสำอางทูเฟซด์ ในประเทศไทย ได้รับเกียรติจาก มิส. คาลิน่า เฟอร์นานเดส (Ms. Kalina Fernandez)” เมคอัพอาร์ทิสต์ ระดับแถวหน้า เป็นเมคอัพสาวที่ทรงอิทธิพลและอยู่เบื้องหลังความงามของเหล่าซุปเปอร์สตาร์ฮอลลีวูด โดยคุณคาลิน่ามาเยือนประเทศไทย เพื่อโชว์เทคนิคการใช้ผลิตภัณฑ์เพื่อให้ผิวของสาวไทยสวยอย่างทันใจ
Q: คุณได้เห็นสาวไทยแล้ว คุณคิดว่าจะสร้างสรรค์สิ่งใดเป็นพิเศษให้พวกเธอ
K: จากประสบการณ์ของฉัน ผู้หญิงไทยมีความสวยแบบคลาสสิก ดูสง่างาม อย่างแรกเลย ฉันอยากจะสร้างสรรค์เมคอัพที่หรูหราสวยงามด้วยผิวของสาวไทยนั้นมีสีผิวที่สว่าง สวย มีสีเหลืองอ่อนจาง ฉันคิดว่ามีหลายวิธีที่จะเติมความชุ่มชื้นสู่ผิวเพื่อให้ได้พื้นผิวที่สวยสมบูรณ์แบบ

Q: แล้วอะไรบ้างที่เหมาะกับผิวของผู้หญิงไทย
K: ฉันไม่เชื่อว่าการ แต่งหน้า สไตล์เดียวจะเหมาะกับผู้หญิงไทยได้ทุกคน ควรเน้นไปที่ดวงตา สำหรับคนเอเซียแล้ว ฉันอยากจะสร้างสรรค์แสงเงาที่คมเข้มขึ้น เหมือนลุคของผู้หญิงย้อนยุคหน่อยที่เน้นการแต่งตาให้ดูเซ็กซี่ ด้วยการใช้ Lash Lining ใน 3 ขั้นตอน ที่สามารถ แต่งตา ให้ดูโฉบเฉี่ยวราวกับดวงตาของแมว

Q: ความพิเศษของคอลเลคชั่นฤดูใบไม้ร่วง 2012 และทำไมสาว ๆ ไทยถึงต้องตกหลุมรัก
K: ฤดูใบไม้ร่วง 2012 เป็นช่วงเวลาแห่งการเฉลิมฉลอง การกลับมาของสีเข้มคม เฉดสีสดๆ เข้มๆ จะกลับมา ด้วยทั้งสาวๆ และ ผู้ขายเครื่องสำอางต่างกำลังเบื่อกับเฉดสีกลางๆ กันแล้ว และจากนี้ไปเมคอัพจะสนุกสนานขึ้น ศิลปะของคอลเลคชั่นนี้คือการแสดงออกถึงความเซ็กซี่ โดย Too Faced ออกแบบเฉดสีที่ฟุ่มเฟือยขึ้นและให้ผิวสัมผัสที่สะท้อนถึงเทรนด์แฟชั่นที่กำลังเปลี่ยนไป

Q: ถ้าเช่นนั้น ช่วยแนะนำเฉดสีสำหรับฤดูใบไม้ร่วงประจำปีนี้ ลิปสติกและลิปไลเนอร์เฉดสีใหม่ๆ ที่เหมาะกับผู้หญิงไทย
K: ขึ้นอยู่กับว่าคุณมีผิวสีแบบไหน สำหรับปีนี้การกลับมาของ อายแชโดว์เฉดสีเซ็กซี่ออกแบบมาให้เหมาะกับทุกสีผิว อย่างไรก็ดี ฉันคิดว่า เฉดสีที่ดีไซน์มาใหม่นี้ทันสมัยมากและสามารถปรับเปลี่ยนไปใช้ได้ทั้งกลางวันและกลางคืน เช่น ลิปสติก สาวๆ ที่มีโทนสีผิวธรรมดาให้เขียนขอบปากด้วย Perfect Red Lip Liner แล้วเติมสีปากด้วย La Crème Lip Cream ในเฉดสี Divine Wine ที่ให้โทนสีที่เข้มกว่าขอบปากทำให้ริมฝีปากดูโดดเด่น ฉันก็ชอบ Nude Lip Liner และ La Crème Lip Cream ในสีนู้ดบีชด้วย ฉันว่ามันเซ็กซี่มากและจะดูสวยสมบูรณ์แบบเมื่อแต่งดวงตาด้วยสีเข้มๆ

Q: เคล็ดลับของ Too Faced ที่ทำให้ผู้หญิงไทยสวยหรูทั้งตอนกลางวันและกลางคืน
K: อายแชโดว์ เป็นกุญแจสำคัญและง่ายมากที่จะเปลี่ยนลุคของคุณจากกลางวันไปสู่กลางคืน ผู้หญิงไทยส่วนใหญ่ชอบเปลี่ยนสีลิปสติก แต่ที่จริงดวงตาก็ทำได้ แค่เปลี่ยนเฉดสีและแสงเงาก็จะเปลี่ยนสไตล์ได้ทันที อายแชโดว์ของ Too Faced มีหลายเฉดสีมาก และมี How-to Cards ซึ่งฉันออกแบบมาเพื่อแนะนำการสร้างสรรค์ลุคใหม่ๆ ที่แตกต่างกัน สำหรับกลางวันจนถึงเวลากลางคืน

Q: ผู้หญิงไทยมักกลัวการใช้ผลิตภัณฑ์ประเภทบรอนเซอร์ คุณจะแนะนำพวกเธออย่างไร
K: บรอนเซอร์ ไม่ค่อยนิยมนักในเอเซีย ไม่เหมือนในอเมริกา วิธีใช้เพื่อให้ได้ผิวสุกสว่างแต่ไม่ทำให้ผิวเป็นสีแทนหรือสีเข้มจนเกินไปหรือดูเป็นสีบรอนซ์มากไป ให้ใช้ Too Faced Snow Bunny Bronzer (อันนี้แหละ ชิ้นเด่นของ Jerrod เลยล่ะ) หรือ Milk Chocolate Soleil (ที่ให้สีบรอนซ์อ่อนๆ เนื้อแมทท์) อาจจะใช้เทคนิคที่ฉันชอบก็ได้ นั่นคือ การปัดวนเป็นวงกลมด้วย Too Faced Chocolate Soleil แล้วแตะผสมกับ Too Faced Primed & Poreless Powder เพื่อให้ได้สัมผัสที่นุ่มเบาและเม็ดสีติดนานบนตัว สวยเฉียบคมไร้ที่ติ
ทาครีมให้ผิวขาวใสกันเถอะ

เครื่องสำอางที่คุณผู้หญิงส่วนใหญ่มีไว้ในครอบครอง และพิถีพิถันในการเลือกใช้ คือ
ครีมชนิดต่างๆ ซึ่งมีมากมายตามเคาน์เตอร์เครื่องสำอางทั้งหลาย มาทำความรู้จักกับครีม ชนิดต่างๆ ที่ใช้กันอยู่เป็นประจำกันนะคะ


ครีมล้างหน้า (Cleansing Cream) ครีมล้างหน้า ครีม COSMETIC เครื่องสำอางค์ Beaute  Kose Cleansing Cream การล้างหน้าที่มีเครื่องสำอางอยู่นั้นไม่ใช่เรื่องง่ายเลย การจะใช้สบู่เพียงอย่างเดียวไม่ สามารถล้างเครื่องสำอางที่เกาะติดแน่นทนนานเพื่อความงามตลอดวันนั้นโดยง่ายครีม ล้างหน้าจึงมีบทบาทสำคัญมากเพราะสามารถล้างเครื่องสำอางได้หมดจด ซึ่งครีมล้าง หน้าก็มีหลายชนิด บางชนิดที่มีราคาสูงหลังจากเช็ดครีมด้วยสำลีหรือกระดาษเนื้อนุ่ม  แล้วก็ล้างน้ำธรรมดาได้เลยแต่ครีมบางชนิดเมื่อเช็ดออกแล้วต้องล้างด้วยสบู่หรือโฟม อีกครั้ง หน้าจึงสะอาดสะอ้านดังเดิม

อายครีม ครีม COSMETIC เครื่องสำอางค์  Eye Cream Estee Lauder
อายครีม (Eye Cream) เป็นครีมที่ใช้บำรุงผิวรอบๆ ดวงตา ซึ่งเป็นส่วนที่บอบบางมากอายครีม จึงเป็นครีม ที่มีความบางเบาเป็นพิเศษ เพื่อผิวบริเวณนี้โดยเฉพาะ เพราะผิวรอบดวงตา มักจะไว และ แพ้ได้ง่าย


ไนท์ครีม ครีม COSMETIC เครื่องสำอางค์ Repairwear night cream  Clinique
ไนท์ครีม (Night Cream) เป็นครีมที่ใช้ทาหน้าเพื่อบำรุงผิวตลอดคืน ไนท์ครีมมักมีความเหนียวข้น มีความมัน ทั้งนี้ก็เพื่อปกป้องดูแลผิวให้ชุ่มชื้นสดใสจนถึงวันใหม่


ครีมรองพื้น ไนท์ครีม ครีม COSMETIC เครื่องสำอางค์cream  ipsa

ครีมรองพื้น (Foundation Cream) ไม่ได้ช่วยบำรุงผิวหน้าแต่จะช่วยกลบเกลื่อนริ้วรอยต่างๆ บนใบหน้า ทำให้หน้าเนียนเรียบ และจะเกาะติดกับแป้งทำให้เมื่อทาแป้งแล้ว นอกจากผิวจะดูเรียบเนียนสวยใสยังทำ ให้แป้งติดทนนาน ครีมรองพื้น มีทั้งแบบชนิดครีม ชนิดน้ำ หรือชนิดโฟม




ใช้ทาเพื่อป้องกันรังสีอัลตราไวโอเลต ช่วยปกป้องผิวให้พ้นจากการเป็นฝ้าหรือจุดด่าง ดำที่มาจากการทำลายของแสงแดด เครื่องสำอางหลายชนิดได้ผสมสารป้องกันรังสี UV นี้ไว้แล้ว






เป็นครีมบำรุงผิวหน้า ใช้ได้ทั้งกลางวันและกลางคืนโดยอาจจะปรับเปลี่ยนเป็นช่วงกลางวัน ทาเพียงบางๆ ก่อนแต่งหน้า




เป็นครีมทาตัว ซึ่งจะช่วยให้ผิวหนังดูสดใสขึ้น ให้ความชุ่มชื้นกับผิว ลดการสูญเสียน้ำ หล่อเลี้ยงผิว ทำให้ผิวที่เป็นขุยขาวๆ หายไป บอดี้ครีมใช้ทาหลังอาบน้ำ เช็ดตัวให้แห้งแล้ว ทา ใช้ได้ทั้งกลางวันและกลางคืน

 SKII ผิวหน้าแลดูอ่อนเยาว์ ดุจความงามแห่งกาลเวลา 10 ปี

SK-II Essential Power Rich
ใหม่  SKII Essential Power Rich Cream ( เอสเค-ทู เอสเซนเชียล พาวเวอร์ ริช ครีม )
SKII Essential Power Rich Cream ( เอสเค-ทู เอสเซนเชียล พาวเวอร์ ริช ครีม ) ได้รับการรังสรรค์ให้อุดมด้วยสารสกัด Acanax Complex  อันเข้มข้นจากเอสเค-ทู เพื่อช่วยปกป้องผิวจากริ้วรอยแห่งวัยที่ผู้หญิงกังวล  พร้อมมอบประสบการณ์ผิวหน้าแลดูอ่อนเยาว์^ ดุจความงามแห่งกาลเวลา 10 ปี
ด้วยสูตรอันทรงประสิทธิภาพเข้ามอบความกระชับ พร้อมคืนความอ่อนเยาว์ให้กับผิว
 SKII Essential Power Rich Cream ( เอสเค-ทู เอสเซนเชียล พาวเวอร์ ริช ครีม ) ได้รับการเพิ่มประสิทธิภาพให้เหนือกว่าด้วยสารสกัด Acanax Complex เข้มข้น และ Pitera TM  ส่วนประกอบเอกลักษณ์อุดมด้วยสารอาหารจากธรรมชาติที่สำคัญสำหรับผิว นอกจากนี้ เอสเค-ทู เอสเซนเชียล พาวเวอร์ ริช ครีม  ยัง มีส่วนผสมของสารบำรุงผิวมากขึ้นกว่า 49% เมื่อเทียบกับ เอสเค-ทู เอสเซนเชียล พาวเวอร์  ช่วยปกป้องผิวจาก ปัญหาริ้วรอยแห่งวัยได้อย่างมีประสิทธิภาพ
และจากการเฝ้าสังเกตการงานวิจัยอย่างต่อเนื่องทำให้พบว่า SKII Essential Power Rich Cream ( เอสเค-ทู เอสเซนเชียล พาวเวอร์ ริช ครีม) ช่วยคืนความอ่อนเยาว์ให้แก่ผิว  ด้วยเนื้อครีมสูตรเข้มข้นของ SKII Essential Power Rich Cream ( เอสเค-ทู เอสเซนเชียล พาวเวอร์ ริช ครีม) โดยช่วยมอบความชุ่มชื้นแก่ผิวและฟื้นบำรุงผิวจากปัญหาริ้วรอยแห่งวัย ผ่านกระบวนการการทำงานที่ช่วยเสริมเกราะป้องกันผิวให้ดียิ่งขึ้น
SKII Essential Power Rich Cream ( เอสเค-ทู เอสเซนเชียล พาวเวอร์ ริช ครีม) ด้วย ลักษณะพิเศษเนื้อครีมเข้มข้นแต่ไม่เหนียวเหนอะหนะ  มาพร้อมสารสกัดน้ำมันมะกอกจากธรรมชาติมอบกลิ่มหอมอ่อนๆสุดพิเศษ  นำทุกท่านสัมผัสประสบการณ์อันเหนือระดับที่แฝงความอ่อนโยน นอกจากนี้ เอสเค-ทู เอสเซนเชียล พาวเวอร์ ริช ครีม ยังได้รับการออกแบบเพื่อช่วยให้ทุกคนมั่นใจว่า  สามารถลงรองพื้นได้ทันทีหลังจากดูแลผิวด้วย SK-II Essential Power Rich Cream ( เอสเค-ทู เอสเซนเชียล พาวเวอร์ ริช ครีม)
SKII Essential Power Rich Cream  ขนาด 50 มล. ราคา   4.900 บาท

SK-II Essential Power
ใหม่ SKII ESSENTIAL POWER (เอสเค-ทู เอสเซนเชียล พาวเวอร์)  
เอสเค-เคทู  แนะนำผลิตภัณฑ์ใหม่ล่าสุด  SKII Essential Power (เอสเค-ทู เอสเซนเชียล พาวเวอร์)   มอยเจอไรเซอร์เพื่อการปรนนิบัติผิวเป็นประจำทุกวัน  ได้รับการรังสรรค์อย่างพิถีพิถันเพื่อฟื้นบำรุงและคืนความอ่อนเยาว์ให้ผิว ^ ดุจความงามแห่งกาลเวลา 10 ปี   มาพร้อมกับเนื้อครีมน้ำนมอันทรงประสิทธิภาพช่วยดูแลปัญหาริ้วรอยแห่งวัย อาทิ ผิวแห้งกร้านขาดความชุ่มชื้น รูขุมขนขยายกว้าง ผิวไม่เรียบเนียนสม่ำเสมอ ผิวหมองคล้ำขาดความกระจ่างใส และ ผิวหย่อนคล้อย
เสริมคุณค่าเพื่อให้ผิวดูแน่นกระชับดุจดังแหล่งกำเนิดความงาม
จากการเสาะแสวงหาส่วนประสมอันทรงประสิทธิภาพทั่วโลก นำไปสู่การค้นพบส่วนผสมอันเป็นเอกลักษณ์  นั้นคือ สารสกัดจากธรรมชาติ  Acanax   ซึ่งได้จากการสกัดรากโสมไซบีเรีย  ที่เพาะปลูกขึ้นโดยเฉพาะที่ฟาร์มออร์แกนิคบนใจกลางเกาะเจจู  เอสเค-ทูได้ทำการผสมผสาน PiteraTM  ส่วนประกอบอันเป็นเอกลักษณ์ของเอสเค-ทู เข้ากับ Acanax และสรรสร้างออกมาเป็นสารสกัด Acanax Complex
ประสิทธิภาพของส่วนผสมใหม่ Acanax Complex ได้รับการพิสูจน์ผ่านการติดตามการวิจัยอย่างใกล้ชิดว่าช่วยส่งเสริมการทำงานของสารบำรุงผิวตามธรรมชาติ ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญที่ช่วยสนับสนุนให้ผิวมีความแน่นกระชับ เปรียบเสมือนกับสปริงที่ซ่อนตัวภายในผิวหนัง และช่วยฟื้นบำรุงกระบวนการการผลัดเปลี่ยนผิวตามธรรมชาติ เพื่อทำให้ผิวดูราวกับอิ่มเอิบจากภายใน
มอบประสบการณ์ผิวหน้าแลดูอ่อนเยาว์ ดุจความงามแห่งกาลเวลา 10 ปี
หลังจากการค้นพบความสำคัญของ Radical firmness เอสเค-ทูได้คิดค้นอุปกรณ์ตรวจวัดสภาพผิวใหม่ล่าสุดที่เรียกว่า ‘Ageless Vector’  เครื่องมือตรวจวัดสภาพผิวดังกล่าวสามารถบ่งบอกองศาของผิวในจุดที่หย่อนคล้อย หรือ ขาดความตึงกระชับ กล่าวคือ ยิ่งผิวทำมุมแคบเข้าใกล้ 90 องศามากขึ้นเท่าใด ผิวยิ่งมีความหนาแน่นของชั้นผิว (Radical Firmness) น้อยเท่านั้น และจากการศึกษาวิจัยเกี่ยวกับผิวอย่างยาวนานที่ศูนย์วิจัยเมืองอาคิตะของเอสเค-ทู ทำให้พบว่า 1 องศาที่ผิวทำมุมแคบลงนั้นบ่งชี้ถึงความแน่นกระชับของผิวที่ลดน้อยลงทำให้ผิวดูหย่อยคล้อยมากขึ้นประมาณ 1 ปี
แต่ทั้งนี้เมื่อทดลองจัดการปัญหาด้วยSKII Essential Power (เอสเค-ทู เอสเซนเชียล พาวเวอร์) อันอุดมด้วยสารสกัด Acanax Complex ที่ทรงประสิทธิภาพ ผลการทดลองแสดงให้เห็นว่า SK-II Essential Power  สามารถช่วยคืนความแข็งแรงพร้อมมอบประสบการณ์ผิวหน้าแลดูอ่อนเยาว์^ ดุจความงามแห่งกาลเวลา 10 ปี ช่วยยกระดับค่า ‘Ageless Vector’ ให้ดีขึ้นได้ ด้วยการทำงานที่ซึมซาบลึกเข้าสู่ผิวชั้นนอก เพื่อดูแลปรนนิบัติปัญหาริ้วรอยแห่งวัยทั้ง 10 ประการ ได้แก่ ผิวไม่กระชับ ผิวแห้งกร้าน  ริ้วรอยบางและริ้วรอยลึกแห่งวัย สีผิวซีดหม่นหมอง ผิวขาดความแน่นกระชับ ผิวหมองคล้ำขาดความกระจ่างใส  รูขุมขนกว้างอย่างเห็นได้ชัด ผิวหย่อนคล้อย ผิวหยาบกร้าน และ รูปทรงของผิวที่หย่อนคล้อยไม่ได้รูป

รางวัลสุดยอด เครื่องสำอาง แห่งปี 2012


Marie Claire Beauty Awards 2012

             
             Marie Claire Beauty Awards 2012 จัดขึ้นเพื่อยกย่องผลิตภัณฑ์ความงามที่มีคุณภาพ ที่ผ่านการคัดสรรโดยคณะกรรมการผู้คร่ำหวอดในแวดวงความงาม อาทิ ลูกเกด-เมทินี, โมเม-นภัสสร, เป็ด-อภิชาติ, จีน จีบัน ให้เป็นผลิตภัณฑ์ความงามที่เหมาะสมกับผู้หญิงไทยมากที่สุดประจำปี 2012 ซึ่งได้จัดเป็นปีที่ 2 แล้ว รวมทั้งสิ้น 18 รางวัล และรางวัลพิเศษต่างๆ จึงขอแบ่งเป็น 2 ตอน รางวัลสาขา เครื่องสำอาง และ รางวัลสาขา บำรุงผิว เครื่องสำอาง ชิ้นไหนที่สาวๆ women mthai ต้องมีไว้ในครอบครองมาชมกันเลย

Larger Than Life Long-Wear Eyeliner nars

รางวัลสุดยอด อายไลเนอร์ (Best Eyeliner)

ได้แก่ Larger Than Life Long-Wear Eyeliner จาก Nars


Lash Architect 4D L’Oréal Paris

รางวัลสุดยอด มาสคาร่า (Best Mascara)

ได้แก่ Lash Architect 4D จาก L’Oréal Paris


เครื่องสำอาง Diorskin Forever Fluid Foundation จาก Dior

รางวัลสุดยอด ครีมรองพื้น (Best Foundation)

ได้แก่ Diorskin Forever Fluid Foundation จาก Dior


Diorskin Forever Compact Dior

 รางวัลสุดยอด แป้งผสมรองพื้น (Best Two-Way Foundation Powder)

ได้แก่ Diorskin Forever Compact จาก Dior


 เครื่องสำอางFoundation Primer Radiance Laura Mercier

รางวัลสุดยอด ผลิตภัณฑ์เติมเต็มร่องผิวก่อนแต่งหน้า (Best Primer)

ได้แก่ Foundation Primer สูตร Radiance จาก Laura Mercier

แป้งผสมรองพื้น ทเวลฟ์ พลัส มิราเคิล ดับเบิ้ล ออร่า ลูเซ้นท์ บีบี พาวเดอร์

                                   แป้งผสมรองพื้น 12 Plus Miracle Double Aura Lucent BB Powder
     ทเวลฟ์ พลัส แนะนำผลิตภัณฑ์ใหม่ล่าสุด แป้งผสมรองพื้น ทเวลฟ์ พลัส มิราเคิล ดับเบิ้ล ออร่า ลูเซ้นท์ บีบี พาวเดอร์ (12 Plus Miracle Double Aura Lucent BB Powder) ครั้งแรกของแป้งผสมรองพื้นที่ผสาน 2 เทคโนโลยี “WHITE TRANSLUCENT” และ “WINK BEADS” ที่ช่วยให้ผิวหน้าขาวดูกระจ่างใส เปล่งประกายดับเบิ้ล ออร่าขึ้นเป็นสองเท่า พร้อมเนื้อแป้งเนียนละเอียด สามารถปกปิดริ้วรอยจุดด่างดำและรูขุมขนกว้าง ริ้วรอยหมองคลํ้าได้อย่างเนียนเรียบ ควบคุมความมันได้ยาวนาน 10 ชั่วโมง และยังปกป้องผิวจากอันตรายของแสงแดดทั้ง UVA และ UVB
แป้งผสมรองพื้น 12 Plus Miracle Double Aura Lucent BB Powder

    แป้งผสมรองพื้น ทเวลฟ์ พลัส มิราเคิล ดับเบิ้ล ออร่า ลูเซ้นท์ บีบี พาวเดอร์ ปริมาณสุทธิ 9 กรัม ราคา 209 บาท มีวางจำหน่ายแล้วที่ห้างสรรพสินค้า และร้านค้าชั้นนำทั่วไป
ครีมรองพื้น แบบไหนที่ใช่สำหรับคุณ
…………..เมคอัพมือโปรบอกไว้ว่า อยากแต่งหน้าแนวเผยผิว นอกจากการบำรุงให้ผิวสุขภาพดีแล้ว การเลือกรองพื้นให้เหมาะกับผิวหน้าก็สำคัญไม่แพ้กัน เพราะหากเลือกผิดมีสิทธิ์ดับไม่รู้ตัวเดี๋ยวนี้รองพื้นไหนๆ ก็ผสมสารป้องกันรังสียูวีกันทั้งนั้น แต่คุณสมบัติอื่นๆ ใครมีทีเด็ดทางไหนต้องไปดูกัน     
รองพื้น
Clinique Even Better Makeup SPF 15/PA++
     ● รองพื้นสูตรน้ำปราศจากน้ำมันและน้ำหอม ช่วยให้ผิวดูเรียบเนียนได้ยาวนาน
     ● มีส่วนผสมของวิตามินซี ช่วยดูแลสีผิวที่ไม่สม่ำเสมอให้ดูสว่างขึ้นอย่างเป็นธรรมชาติ และยังช่วยลดเลือนจุดด่างดำ

รองพื้น

Anna Sui Liquid foundation SPF 20/ PA++
     ● รองพื้นเนื้อเจลที่มีอณูของเม็ดแป้งช่วยกระจายแสงให้ผิวหน้าดูนวลเนียน และช่วยให้รูขุมขนแลดูเล็กลง
     ● ส่วนผสมของน้ำมัน มอบความชุ่มชื่นให้ผิวได้อย่างพอเหมาะ ผิวไม่ดูมันวาว พร้อมมอยส์เจอไรเซอร์บำรุงผิว
รองพื้น
Za True White Plus Liquid Foundation SPF 25/ PA++
     ● สูตรไวเทนนิ่งช่วยให้ผิวดูเปล่งปลั่งกระจ่างใส สีผิวดูนวลเนียนสม่ำเสมอ และช่วยอำพรางรูขุมขนให้ดูเล็กลง
     ● คิดค้นมาเพื่อสาวเอเชียโดยเฉพาะ จึงเข้ากับสีผิวสาวไทยได้ทุกเฉด

รองพื้น
Lunasol Skin Modeling Liquid Foundation SPF 21/PA++
     ● รองพื้นเนื้อลิควิดที่มีส่วนผสมของน้ำถึง 55 เปอร์เซ็นต์ จึงให้ความชุ่มชื่น และเกลี่ยได้
เรียบเนียนสนิทไปกับผิว บางเบาราวกับไม่ได้ใช้รองพื้น
     ● เทคโนโลยี Lighting Effect ทำหน้าที่ในการนำแสงช่วยให้ดูกระจ่างใสแบบผิวสุขภาพดี
รองพื้น
Benefit Hello Flawless Oxygen Wow SPF 25/ PA++
     ● รองพื้นสูตรน้ำช่วยให้ผิวเนียนเรียบแบบไม่โบ๊ะ และสามารถปกปิดรอยแดงรอยดำได้ตามต้องการ
     ● สูตร Oxygen Wow Hydrating Complex ที่มีส่วนผสมของวิตามินซี วิตามินอี และมอยส์เจอไรเซอร์

รองพื้น

เทคนิคการแต่งหน้า

          การแต่งหน้าเป็นสิ่งที่น่าตื่นเต้นสำหรับผู้หญิง เพราะทุกครั้งที่คุณเตรียมแต่งแต้มใบหน้าให้ดูสวยไปด้วยสีสันคุณสามารถแต่งหน้าได้มากหรือน้อยแค่ไหนก็ได้ตามที่คุณต้องการ จะแต่งให้เป็นสาวหวานสาวเปรี้ยว สาวเซ็กซี่ หรือสวยแบบใส ๆ ขึ้นอยู่กับการสร้างสรรค์จากฝีมือผู้แต่งแต่สิ่งสำคัญก็คือ คุณจะต้องแต่งให้เหมาะกับตัวคุณและโอกาสดังนั้นการแต่งหน้าคือวิธีที่จะทำให้ผู้หญิง สวยขึ้น และมีเสน่ห์มากขึ้นมาดูวิธีเพิ่มเสน่ห์ของคุณด้วยวิธีการแต่งหน้าแบบง่าย ๆ กันเถอะค่ะ...
เตรียมพร้อมก่อนแต่งหน้า
         
ควรเตรียมกระจกและอยู่ในที่มีแสงเพียงพอรวมทั้งอุปกรณ์แต่งหน้าที่จำเป็น คุณอาจใช้ที่คาดผมหรือรวบผมขึ้นเพื่อจะได้แต่งหน้าได้สะดวก จากนั้นจึงล้างหน้าให้สะอาดละควรใช้ม้อยส์เจอร์ไรเซอร์ทาก่อนแต่งหน้าทุกครั้ง

ครีมรองพื้นปรับสีผิว

         
ควรใช้ครีมรองพื้นในกรณีที่คุณมีสีผิวที่ไม่เสมอกันเท่านั้นและไม่จำเป็นต้องใช้ทั้งใบหน้าเพราะจะทำให้หน้าลอยเมื่อใช้ครีมรองพื้นเสร็จแล้วควรเกลี่ยทันทีเพราะรองพื้นประเภทนี้จะแห้งเร็วมากและควรใช้ก่อนลงรองพื้นประเภทอื่น ๆ
          + แนะนำครีมรองพื้นเนื้อเนียนๆ
ครีมรองพื้นปกปิดริ้วรอย
         
ครีมรองพื้นชนิดนี้จะช่วยพรางรอยฝ้า กระ จุดด่างดำต่าง ๆ บนใบหน้าได้โดยเลือกสีให้เข้มกว่าสีผิวหนึ่งระดับแล้วแตะตรงบริเวณที่ต้องการปกปิดหลังจากนั้นจึงใช้ปลายนิ้ว เกลี่ยให้เนียน
ครีมรองพื้น
         
เลือกสีครีมรองพื้นให้ตรงกับสีผิวบริเวณคอแตะครีมรองพื้นตรงบริเวณที่ไม่มีริ้วรอยก่อน แล้วค่อย ๆ เกลี่ยไล่ให้ทั่วระวังอย่าให้มีขอบบริเวณกรอบหน้าควรเกลี่ยรองพื้นให้หายเข้าไปในไรผมรวมถึงบริเวณริมฝีปากด้วย
แป้งฝุ่นหรือแป้งแข็ง
          ควรเลือกใช้แป้งฝุ่นชนิดโปร่งแสงเพราะจะไม่ทำให้สีของรองพื้นที่เลือกแล้วเปลี่ยนเป็นขาวขึ้นหรือคล้ำลงใช้พัฟหรือแปรงด้ามใหญ่สุดจุ่มแป้งฝุ่นหรือแป้งแข็งแล้วเกลี่ยให้ทั่วบนใบหน้า
          + เลือกแป้งแข็งทาหน้า
ดินสอเขียนคิ้ว
         
ควรหลีกเลี่ยงดินสอเขียนคิ้วสีดำ เพราะจะทำให้หน้าดูดุและดูสูงวัย ควรใช้ดินสอเขียนคิ้วสีน้ำตาลเพราะจะดูเป็นธรรมชาติมากกว่าไม่ควรเริ่มเขียนคิ้วจากหัวคิ้วเพราะจะทำให้คิ้วแข็งดูไม่เป็นธรรมชาติควรเริ่มเขียนห่างจาก หัวคิ้วประมาณ 1 เซนติเมตร แล้วไล้ไปตามเส้นขนคิ้ว จากนั้นใช้แปรงเกลี่ยหรืออาจแตะอายแชโดว์สีน้ำตาลเกลี่ยทับอีกครั้งแล้วใช้แปรงเขียนคิ้วเกลี่ยย้อนมาทางหัวคิ้ว
          + แนะนำดินสอเขียนคิ้วแบรนด์ดังๆ
อายแชโดว์
         
ควรแตะแป้งฝุ่นบริเวณใต้ตาก่อนทาอายแชโดว์เพื่อป้องกันอายแชโดว์สีเข้มตกลงมาเลอะ ควรเริ่มทาตาโดยใช้อายแชโดว์สีอ่อน เช่นสีครีม สีชมพูอ่อน ทาให้ทั่วเปลือกตาถ้าใส่เสื้อผ้าสีโทนร้อนควรใช้อายแชโดว์สีส้มเกลี่ยจากแนวหางตามาทางหัวตาแล้วใช้อายแชโดว์สีน้ำตาลเกลี่ยชิดแนวขอบตา เริ่มจากหางตาเข้ามากึ่งกลางตาขอบตาล่างก็ควรทำเช่นเดียวกันเพื่อให้เกิดความสมดุลแห่งสีสันแต่ถ้าใส่เสื้อผ้าสีโทนเย็นควรใช้อายแชโดว์สีชมพูหรือม่วงแล้วใช้อายแชโดว์สีน้ำเงินหรือสีเทาเกลี่ยชิดแนวขอบตา 
          + เพิ่มสีสันดวงตาด้วยอายแชโดว์
ดินสอเขียนขอบตา
         
นิยมใช้ในการแต่งหน้างานกลางคืนเพื่อเน้นดวงตาให้คมขึ้น
          + ขอบตาเด่นสวยด้วย Eye Liner
มาสคาร่า
         
ควรดัดขนตาก่อนปัดมาสคาร่าทุกครั้ง
          + เลือกมาสคาร่าปัดขนตาให้ยาวสวย
ที่มา www.pooyingnaka.com